วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

Asian Seed Congress 2027


APSA และ THASTA กับวงการเมล็ดพันธุ์ไทย


อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ของประเทศไทยถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมและสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับสากล โดยมีองค์กรสำคัญอย่าง APSA และ THASTA เป็นฟันเฟืองหลักที่ช่วยยกระดับและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์ระดับโลกอย่างยั่งยืน


1. APSA ประตูสู่การค้าในระดับสากล

สมาคมเมล็ดพันธุ์พืชภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค หรือ APSA ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก ผ่านการสร้างเครือข่ายธุรกิจและจัดงานประชุมระดับนานาชาติอย่าง Asian Seed Congress ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาการค้าและการส่งออกเมล็ดพันธุ์ไทย


2. THASTA ผู้ขับเคลื่อนมาตรฐานในประเทศ

ทางด้านสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย หรือ THASTA มีบทบาทสำคัญในการจัดระเบียบและวางมาตรฐานอุตสาหกรรมภายในประเทศ เช่น การกำหนดมาตรฐานอายุเมล็ดพันธุ์พืชควบคุม เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรไทยจะได้ใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพสูง มีอัตราการงอกที่ดีและสม่ำเสมอ


3. ร่วมมือผลักดันนโยบาย Seed Hub

ทั้งสององค์กรประสานงานร่วมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิดเพื่อขับเคลื่อนนโยบายศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์ (Seed Hub) ของไทย การรวมพลังนี้ช่วยลดอุปสรรคทางการค้าและพัฒนาระบบกักกันพืช ทำให้การนำเข้าและส่งออกเมล็ดพันธุ์ของไทยมีความคล่องตัวและได้มาตรฐานสากล


4. พัฒนาทักษะและยกระดับบุคลากร

นอกจากนี้ THASTA ยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่บุคลากรในวงการ เช่น โครงการฝึกอบรมผู้ตรวจสอบแปลงพืช (Field Inspector Training) เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชในการส่งออก


5. สนับสนุนการวิจัยและเทคโนโลยีใหม่

APSA และ THASTA ต่างส่งเสริมการเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ โดยร่วมมือกับสถาบันวิจัยชั้นนำเพื่อพัฒนาสายพันธุ์พืชที่ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศและโรคระบาด ช่วยให้ผู้ปรับปรุงพันธุ์พืชไทยสามารถสร้างสรรค์เมล็ดพันธุ์ที่มีมูลค่าและคุณค่าสูงตอบโจทย์ตลาด


บทสรุปความร่วมมือของ APSA และ THASTA จึงเป็นพลังสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน นำพาองค์ความรู้และนวัตกรรมมาสู่ต้นธารของระบบเกษตรกรรม พร้อมทั้งปกป้องสิทธิประโยชน์และสร้างรายได้มหาศาลกลับคืนสู่เศรษฐกิจและเกษตรกรไทยได้อย่างมั่นคงยั่งยืน


ประกาศซื้อ ประกาศขายสินค้าเกษตรฟรี 24 ชั่วโมง

Aggiebay Homepage: www.aggiebay.com

ติดตามข่าวสารซื้อขายสินค้าเกษตรแบบ Real time

FBG: www.facebook.com/groups/aggiebay

เลือกชมและสั่งซื้อรายการสินค้าที่ท่านต้องการด่วน

Aggiebay Fanpage: fb.me/aggiebaythailand

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Seed Coating


นวัตกรรมสารเคลือบเมล็ดพันธุ์ (Seed Coating): เพิ่มอัตราการรอดและธาตุอาหารต้นทาง


นวัตกรรมสารเคลือบเมล็ดพันธุ์คือเทคโนโลยีขั้นสูงที่นำสารอาหาร สารชีวภาพ และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชมาเคลือบผิวเมล็ดพันธุ์ในชั้นบางๆ เพื่อปกป้องเมล็ดพืชจากโรคและแมลงในดิน ช่วยเพิ่มอัตราการงอกและการรอดชีวิตของต้นกล้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม


การเคลือบเมล็ดพันธุ์ทำหน้าที่เสมือนเป็น "เสบียงอาหารต้นทาง" ที่ให้ธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรองแก่ตัวอ่อนอย่างตรงจุดทันทีที่รากเริ่มงอก ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของรากให้แข็งแรงและแผ่กระจายได้เร็ว ส่งผลให้ต้นกล้าสามารถตั้งตัวได้ไวและเติบโตอย่างสม่ำเสมอพร้อมกันทั้งแปลง


เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณการใช้สารเคมีแบบหว่านทั่วทั้งแปลง ซึ่งเป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยเกษตรกรประหยัดต้นทุนค่าแรงงานและเวลาในการดูแลรักษา นำไปสู่การเพิ่มผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนในยุคเกษตรกรรมแม่นยำ


ประกาศซื้อ ประกาศขายสินค้าเกษตรฟรี 24 ชั่วโมง Aggiebay Homepage: www.aggiebay.com ติดตามข่าวสารซื้อขายสินค้าเกษตรแบบ Real time FBG: www.facebook.com/groups/aggiebay เลือกชมและสั่งซื้อรายการสินค้าที่ท่านต้องการด่วน Aggiebay Fanpage: fb.me/aggiebaythailand

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Sustainable Crop Production


พืชทนเคมี vs พืชทนโรค: ทิศทางไหนคือคำตอบที่ยั่งยืนของเกษตรกร ?


ความท้าทายของเกษตรกรยุคใหม่คือการเลือกระหว่าง "พืชทนเคมี" ที่เน้นการพึ่งพาสารสังเคราะห์เพื่อกำจัดศัตรูพืชอย่างรวดเร็ว กับ "พืชทนโรค" ที่ถูกพัฒนาให้มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ท่ามกลางกระแสโลกที่หันมาใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทิศทางนี้จึงเป็นตัวกำหนดอนาคต


พืชทนเคมีอาจให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วในระยะแรก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามักตามมาด้วยต้นทุนค่าสารเคมีที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงปัญหาดินเสื่อมโทรมและสารพิษตกค้างซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศและสุขภาพของทั้งตัวเกษตรกรเองรวมถึงผู้บริโภคในระยะยาว


ในทางกลับกัน พืชทนโรคคือคำตอบที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง เพราะช่วยลดการใช้สารเคมีในกระบวนการเพาะปลูกอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยเซฟต้นทุนให้เกษตรกร ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้สมดุลและสร้างผลผลิตปลอดภัยที่ตอบโจทย์ตลาดพรีเมียมและตลาดส่งออกได้อย่างมั่นคง


ประกาศซื้อ ประกาศขายสินค้าเกษตรฟรี 24 ชั่วโมง

Aggiebay Homepage: www.aggiebay.com

ติดตามข่าวสารซื้อขายสินค้าเกษตรแบบ Real time

FBG: www.facebook.com/groups/aggiebay

เลือกชมและสั่งซื้อรายการสินค้าที่ท่านต้องการด่วน

Aggiebay Fanpage: fb.me/aggiebaythailand

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Closed-System High-Value Seed Production


การผลิตเมล็ดพันธุ์ในระบบกึ่งปิดเพื่อควบคุมโรค


การผลิตเมล็ดพันธุ์ในระบบกึ่งปิด (Greenhouse Seed Production) เป็นนวัตกรรมขั้นสูงที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยของผลผลิต โครงสร้างโรงเรือนช่วยป้องกันแมลงพาหะและละอองสปอร์ของเชื้อโรคจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดในแปลงเพาะปลูกได้อย่างสมบูรณ์แบบ


ระบบนี้มีการบริหารจัดการปัจจัยแวดล้อมอย่างแม่นยำ ทั้งการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์และการให้น้ำระบบน้ำหยดเพื่อควบคุมโรคเชื้อราและแบคทีเรียที่มักเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะแฉะ ส่งผลให้ต้นแม่พันธุ์มีความสมบูรณ์แข็งแรง สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีอัตราการงอกสูงและปราศจากโรคติดตาย


การลงทุนในระบบโรงเรือนกึ่งปิดช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูงได้ตลอดทั้งปี โดยลดการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างมหาศาล ตอบโจทย์มาตรฐานความปลอดภัยสากล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดเมล็ดพันธุ์ระดับโลกได้อย่างยั่งยืน


ประกาศซื้อ ประกาศขายสินค้าเกษตรฟรี 24 ชั่วโมง

Aggiebay Homepage: www.aggiebay.com

ติดตามข่าวสารซื้อขายสินค้าเกษตรแบบ Real time

FBG: www.facebook.com/groups/aggiebay

เลือกชมและสั่งซื้อรายการสินค้าที่ท่านต้องการด่วน

Aggiebay Fanpage: fb.me/aggiebaythailand

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Special Business Specialist


ธุรกิจขนาดเล็ก VS ยักษ์ใหญ่: กลยุทธ์ "ล้มยักษ์" ด้วยความเฉพาะทาง (Niche Market)


ในสมรภูมิการค้าที่เต็มไปด้วยยักษ์ใหญ่ครองตลาด ธุรกิจขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องแข่งด้วย "ขนาด" แต่ต้องสู้ด้วย "ความคม" การมุ่งเน้นไปที่ Niche Market หรือตลาดเฉพาะกลุ่มที่บริษัทใหญ่ละเลยคือโอกาสทองที่ช่วยให้ SME สามารถสร้างฐานที่มั่นอันแข็งแกร่งและทำกำไรได้สูงกว่าการกระโดดลงไปสู้ในสงครามราคาที่ไม่มีวันชนะ


ความได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของธุรกิจขนาดเล็กคือความคล่องตัวและความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง คุณสามารถตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของลูกค้าได้อย่างละเอียดอ่อนและรวดเร็ว การสร้างความรู้สึก "รู้ใจ" จะเปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็นสาวกที่จงรักภักดีซึ่งยักษ์ใหญ่ที่มีระบบบริหารจัดการเทอะทะและเน้นการผลิตแบบแมส (Mass Production) ยากที่จะเลียนแบบความใส่ใจในระดับบุคคลนี้ได้


กลยุทธ์ล้มยักษ์เริ่มต้นจากการค้นหาปัญหา (Pain Point) ที่ยังไม่ถูกแก้ไขในกลุ่มเป้าหมายขนาดเล็ก เมื่อคุณนำเสนอทางเลือกที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดและมีความเป็นมืออาชีพเฉพาะด้าน คุณจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายตาผู้บริโภคทันที การเป็น "ปลาใหญ่ในบ่อเล็ก" ดีกว่าการเป็น "ปลาเล็กในมหาสมุทร" เพราะมันช่วยให้คุณกำหนดราคาและควบคุมทิศทางธุรกิจได้เอง


การสื่อสารด้วย Digital Marketing ที่แม่นยำ คือเครื่องมือทรงพลังในการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม แทนที่จะทุ่มงบโฆษณาหว่านแหแบบยักษ์ใหญ่ ให้ใช้การสื่อสารที่เน้นเนื้อหา (Content) ที่ทรงคุณค่าสำหรับกลุ่มเป้าหมายจริงๆ การสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งจะช่วยให้เกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก ซึ่งเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างความเชื่อมั่นโดยไม่ต้องใช้เงินทุนมหาศาล


ความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้อยู่ที่การขยายธุรกิจให้ใหญ่โตเท่าคู่แข่ง แต่อยู่ที่การรักษาเอกลักษณ์และความเป็นตัวจริงในสิ่งที่ทำ การปรับปรุงนวัตกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่ม Niche อย่างต่อเนื่องจะทำให้คุณกลายเป็นเจ้าตลาดที่ยากจะสั่นคลอน หากธุรกิจขนาดเล็กรู้จักใช้ความเฉพาะทางเป็นเกราะกำบังและอาวุธ คุณก็สามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างสง่างามในทุกยุคสมัย


คุณมองเห็น "กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ" กลุ่มไหนในธุรกิจเกษตรหรือเทคโนโลยีที่คุณดูแลอยู่ ที่ยักษ์ใหญ่ยังเข้าไม่ถึงและน่าเข้าไปปักธงมากที่สุดครับ ?


ประกาศซื้อ ประกาศขายสินค้าเกษตรฟรี 24 ชั่วโมง

Aggiebay Homepage: www.aggiebay.com

ติดตามข่าวสารซื้อขายสินค้าเกษตรแบบ Real time

FBG: www.facebook.com/groups/aggiebay

เลือกชมและสั่งซื้อรายการสินค้าที่ท่านต้องการด่วน

Aggiebay Fanpage: fb.me/aggiebaythailand

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Plant Varieties Protection


สิทธิบัตรพืชและการคุ้มครองพันธุ์พืช (PVP): ดาบสองคมหรือเกราะป้องกัน ?


การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (PVP) เปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักวิจัยและบริษัทเมล็ดพันธุ์ว่านวัตกรรมที่ทุ่มเทพัฒนามาจะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย สิทธินี้ช่วยจูงใจให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์ที่ซับซ้อน นำไปสู่การได้พืชที่มีคุณภาพสูง ผลผลิตดีและทนทานต่อโรคซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก


อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ส่งผลกระทบต่อวิถีเกษตรกรรมดั้งเดิม การจำกัดสิทธิเกษตรกรในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อในฤดูกาลถัดไปอาจเพิ่มภาระต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง หากการเข้าถึงพันธุกรรมพืชพื้นเมืองถูกผูกขาดโดยกลุ่มทุนขนาดใหญ่จะนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐานและอาจทำให้เกษตรกรรายย่อยสูญเสียอำนาจการต่อรองในระบบห่วงโซ่อาหาร


ในมิติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การเน้นคุ้มครองเฉพาะพันธุ์พืชเพื่อการค้าอาจส่งผลให้พืชพันธุ์พื้นเมืองถูกละเลยและค่อยๆ สูญหายไป การมุ่งเน้นปลูกเพียงไม่กี่สายพันธุ์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดทางธุรกิจ อาจทำให้ระบบนิเวศการเกษตรขาดความยืดหยุ่นและมีความเสี่ยงสูงเมื่อเกิดการระบาดของโรคพืชใหม่ๆ หรือสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในอนาคต


แต่ในทางกลับกัน ระบบ PVP ที่ดีจะมีการกำหนดข้อยกเว้นสำหรับนักปรับปรุงพันธุ์ (Breeder's Exemption) ซึ่งอนุญาตให้นำพันธุ์พืชที่ได้รับการคุ้มครองไปศึกษาวิจัยและต่อยอดได้ กลไกนี้คือหัวใจสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมใหม่อย่างไม่สิ้นสุด การสร้างสมดุลระหว่างการให้ผลตอบแทนแก่เจ้าของสิทธิและการเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาต่อยอด จะช่วยให้อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์เติบโตได้อย่างเข้มแข็ง


การใช้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชให้เป็นประโยชน์ต้องอาศัยการกำกับดูแลที่โปร่งใสและเป็นธรรม รัฐควรส่งเสริมการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมืองควบคู่ไปกับพันธุ์พืชใหม่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและชุมชน หากเราสามารถปรับจูนให้เกราะป้องกันนี้ไม่ทำลายรากเหง้าเดิม สิทธิบัตรพืชจะเป็นเครื่องมือทรงพลังที่ขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารและความมั่งคั่งให้แก่เกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืน


ในมุมมองของคุณ คิดว่าความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของบริษัทเมล็ดพันธุ์กับสิทธิในการเก็บพันธุ์ของเกษตรกรควรมีหน้าตาเป็นอย่างไรเพื่อให้เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายครับ ?


ประกาศซื้อ ประกาศขายสินค้าเกษตรฟรี 24 ชั่วโมง

Aggiebay Homepage: www.aggiebay.com

ติดตามข่าวสารซื้อขายสินค้าเกษตรแบบ Real time

FBG: www.facebook.com/groups/aggiebay

เลือกชมและสั่งซื้อรายการสินค้าที่ท่านต้องการด่วน

Aggiebay Fanpage: fb.me/aggiebaythailand

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569

Seed Business New S-Curve


New S-Curve ของธุรกิจเมล็ดพันธุ์ไทย: กลยุทธ์ก้าวล้ำนำเอเชีย


อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญสู่ New S-Curve ด้วยการนำเทคโนโลยีปรับปรุงพันธุ์ระดับโมเลกุลมาใช้ร่วมกับ AI เพื่อร่นระยะเวลาการวิจัยให้สั้นลงแต่ได้ความแม่นยำสูง การสร้างสายพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคและสภาพอากาศที่ผันผวนจะเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยให้เมล็ดพันธุ์ไทยครองใจตลาดโลกและสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน


หัวใจของการไปต่อให้แซงหน้าคู่แข่งคือการสร้าง Hub การผลิตเมล็ดพันธุ์อัจฉริยะที่เน้นคุณภาพมาตรฐานสากลและการรับรองสายพันธุ์ที่โปร่งใส การเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อระดับนานาชาติ ทำให้เมล็ดพันธุ์จากไทยไม่ใช่แค่สินค้าเกษตรทั่วไป แต่เป็นนวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและยากที่ใครจะลอกเลียนแบบได้ในเวลาอันสั้น


การเข้าถึง Big Data ด้านพันธุกรรมพืชเป็นปัจจัยชี้ขาดที่จะทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำ การร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการแบ่งปันฐานข้อมูลจะช่วยให้การวิจัยพัฒนาตรงโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนไป ธุรกิจที่สามารถคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นพืชโปรตีนสูงหรือพืชทนแล้ง จะเป็นผู้คุมเกมในตลาดเอเชียและเวทีโลกได้อย่างสมบูรณ์


อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการรุกตลาดด้วย Digital Marketing และ Aggie-Tech Marketplace เพื่อเข้าถึงเกษตรกรรายย่อยทั่วโลกโดยตรง การสร้างแพลตฟอร์มที่ให้ข้อมูลการเพาะปลูกคู่ไปกับการขายเมล็ดพันธุ์จะสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ไทยได้ลึกซึ้งกว่าเดิม การเปลี่ยนสถานะจากผู้ขายเมล็ดพันธุ์ไปสู่ "ที่ปรึกษาด้านความสำเร็จ" จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ธุรกิจเมล็ดพันธุ์ไทยเติบโตแบบก้าวกระโดดและทิ้งห่างคู่แข่ง


การพัฒนาบุคลากรสายพันธุ์ใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัลคือรากฐานที่มั่นคงที่สุด การบ่มเพาะนักปรับปรุงพันธุ์รุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลจะช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง การเดินหน้าสู่ New S-Curve ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการแสดงศักยภาพของไทยในฐานะครัวของโลกที่มีเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต


การวางแผนวิจัยพัฒนาสายพันธุ์พืชชนิดใดที่คุณมองว่าจะเป็นโอกาสทองสำหรับตลาดส่งออกในปีหน้าครับ ?


ประกาศซื้อ ประกาศขายสินค้าเกษตรฟรี 24 ชั่วโมง

Aggiebay Homepage: www.aggiebay.com

ติดตามข่าวสารซื้อขายสินค้าเกษตรแบบ Real time

FBG: www.facebook.com/groups/aggiebay

เลือกชมและสั่งซื้อรายการสินค้าที่ท่านต้องการด่วน

Aggiebay Fanpage: fb.me/aggiebaythailand